การออม และ การลงทุน ต่างกันอย่างไร ?

การออม และ การลงทุน แตกต่างกันอย่างไร?


หลายคนอาจจะเคยสงสัยคำถามนี้อยู่บ้างว่าสามารถแยกออกจากกันได้หรือไม่ ประเด็นนี้น่าสนใจที่จะทำความเข้าใจให้ชัดเจน เพื่อว่าจะได้สามารถบริหารการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ

หากพิจารณาคำนิยาม การออม หมายถึง การสะสมเงินจากรายได้จำนวนหนึ่งเพื่อเก็บไว้เป็นเงินก้อนและให้เพิ่มขึ้นตามระยะเวลาของการสะสม เพื่อไว้ใช้จ่ายในยามฉุกเฉิน หรือเพื่อวัตถุประสงค์ต่าง ๆ ที่ต้องการ (ในปัจจุบันจะแนะนำให้หักออกจากรายได้เพื่อการออม ก่อนจึงจะใช้จ่ายในส่วนที่เหลือ มากกว่าการเหลือจ่ายแล้วจึงจะสะสม แต่ทั้งนี้ ขึ้นกับฐานะและความสามารถในการหารายได้ บริหารเงินของแต่ละคนด้วย) โดยเงินในส่วนนี้มักจะอยู่ในรูปของเงินฝากธนาคารหรือสถาบันการอื่น ที่มีความเสี่ยงต่ำ โอกาสในการสูญเสียเงินต้นต่ำ โดยได้รับผลตอบแทนในรูปของดอกเบี้ย   

การออมอาจแบ่งได้หลายประเภท ตามวัตถุประสงค์ของการออม และระยะเวลาของการออม  ได้แก่

  • -    การออมระยะสั้น เพื่อเป้าหมายเฉพาะ เช่น การออมเพื่อฉุกเฉิน การออมเพื่อเติมความต้องการ (การซื้อสินค้า, การท่องเที่ยว ฯลฯ) 
  • -    การออมระยะกลาง เช่น การออมเพื่อการศึกษา การออมเพื่อสุขภาพ
  • -    การออมระยะยาว เช่น การออมเพื่อวัยเกษียณ การดูแลสุขภาพและการดำรงชีพในวัยเกษียณ  การออมเพื่อการลงทุน

การลงทุน หมายถึง การนำเงินออมที่เก็บสะสมไปสร้างผลตอบแทนที่สูงกว่าที่ได้รับจากการออมในรูปของเงินฝากของสถาบันการเงิน โดยการลงทุนอาจมีทางเลือกที่เพิ่มมากขึ้น ได้แก่ การลงทุนในพันธบัตรรัฐบาล หุ้นกู้ หุ้นสามัญ กองทุนรวมต่าง ๆ ซึ่งมีความเสี่ยงที่สูงขึ้น ซึ่งอาจจะรวมถึงการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ อัญมณี วัตถุมงคลที่มีมูลค่าด้วย โดยผลตอบแทนที่คาดหวังจะสูงขึ้น แต่ทั้งนี้อาจต้องต้องเผชิญความเสี่ยงที่สูงขึ้นในการลงทุน ซึ่งหมายถึงโอกาสในการสูญเสียเงินต้นและผลตอบแทนจากการลงทุนจะเพิ่มตามไปด้วย

         ความแตกต่างระหว่างการออมและการลงทุน อาจสรุปได้ดังตารางที่ 1

ปัจจัยที่ส่งผลต่อการตัดสินใจเลือกทางเลือกการออมและการลงทุน

         โดยทางเลือกของการออมและการลงทุนควรต้องคำนึงถึงปัจจัยที่สำคัญ ได้แก่

1) ผลตอบแทน คือ ดอกเบี้ย หรือผลตอบแทนรูปแบบอื่น ได้แก่ เงินปันผล การเปลี่ยนแปลงของราคาสินทรัพย์ (Capital Gain/Loss) ซึ่งทางเลือกการลงทุนแต่ละทางเลือกจะให้ผลตอบแทนแตกต่างกัน  ขึ้นอยู่กับประเภทและความเสี่ยงของแต่ละทางเลือกนั้น เช่น เงินฝากธนาคารจะได้รับในรูปของดอกเบี้ย เงินลงทุนในหุ้นสามัญ จะได้รับผลตอบแทนในรูปของเงินปันผลและกำไรจากการเปลี่ยนแปลงราคาหลักทรัพยื  ทองคำ จะได้รับผลตอบแทนจากการเปลี่ยนแปลงของราคาซื้อขาย เป็นต้น ผลตอบแทนจะมีความสำคัญกับการออม เนื่องจากยิ่งอัตราผลตอบแทนสูง เงินออมก็จะยิ่งงอกเงยรวดเร็วขึ้นเท่านั้น  แต่ทั้งนี้การเลือกทางเลือกการลงทุนทีให้ผลตอบแทนต้องคำนึงถึงความเสี่ยงควบคู่ไปด้วยเสมอ

2) เงินเฟ้อ คือ ภาวะที่ระดับราคาสินค้าทั่วไปปรับตัวสูงขึ้น ถือเป็นปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อ "ค่าของเงิน" เช่น เมื่อก่อนซื้อสินค้าในราคา 100 บาท แต่เมื่อระยะเวลาผ่านไปราคาสินค้าปรับตัวสูงขึ้นเป็น 105 บาท และปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ภาวะ"เงินเฟ้อ" ทำให้เงินมีมูลค่าด้อยลง กล่าวคือ "อำนาจซื้อ" ลดลงเมื่อเวลาผ่านไป ดังนั้นดอกเบี้ยเงินฝากที่ได้รับนั้นจึงจะไม่ใช่ผลตอบแทนที่แท้จริง ต้องพิจารณาหักผลกระทบจากเงินเฟ้อออกก่อน

                 อัตราดอกเบี้ยแท้จริง = อัตราดอกเบี้ยที่ได้รับ อัตราเงินเฟ้อทั่วไป

ดังนั้น หากอัตราเงินเฟ้อสูงมาก และสูงกว่าอัตราดอกเบี้ยที่ผู้ลงทุนได้รับจากทางเลือกการลงทุน ย่อมหมายถึงการขาดทุนจากการลงทุนที่ไม่สามารถเอาชนะเงินเฟ้อได้

3) ระยะเวลาของการออม เป็นปัจจัยหนึ่งที่มีผลต่อการออมและการลงทุน เนื่องจากผลตอบแทนที่ได้รับจากการลงทุน หากมีการนำไปทบกับเงินต้นและลงทุนต่อจะยิ่งทำให้เงินออมงอกเงยเพิ่มมากขึ้น การออมมีผลตอบแทน ดังนั้น การเริ่มต้นการออมได้เร็วจะส่งผลให้ผู้ออมมีเงินได้เร็วและมีโอกาสในการสร้างผลตอบแทนเพิ่มมากขึ้นได้

         นอกจากนั้น การพิจารณาระยะเวลาของการลงทุนของตราสารหรือผลิตภัณฑ์ที่เป็นทางเลือกการลงทุนเป็นหนึ่งปัจจัยที่ผู้ลงทุนควรต้องพิจารณาให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของเงินออม เพื่อมิให้เกิดปัญหาสภาพคล่อง และได้รับผลกระทบจากการต้องไถ่ถอนกรณีที่ต้องใช้เงินลงทุนก่อนระยะเวลาครบกำหนด

4) สภาพคล่องของผลิตภัณฑ์ที่ลงทุน

             สภาพคล่องทางการเงิน หมายถึง ความสามารถในการเปลี่ยนสภาพสินทรัพย์เป็นเงินสด สินทรัพย์ที่มีสภาพคล่องสูง จะสามารถเปลี่ยนเป็นเงินสดได้อย่างรวดเร็ว และมูลค่าที่จะได้รับจะไม่ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ยมากนัก เช่น เงินฝากธนาคาร ส่วนสินทรัพย์ที่มีสภาพคล่องต่ำ จะต้องใช้เวลานานในการขายหรือเปลี่ยนให้เป็นเงินสด เช่น รถ ที่ดิน หรือ สิ่งของสะสม และมูลค่าที่ได้รับอาจจะเปลี่ยนไปตามภาวะตลาดได้

          ดังนั้น ผู้ออมและผู้ลงทุนควรมีการวางแผนทางการเงินและจัดสรรเงินออมให้ตรงตามวัตถุประสงค์และสอดคล้องกับรูปแบบการใช้จ่ายและความจำเป็นทางเงิน เพื่อป้องกันความเสี่ยงสภาพคล่อง หรือที่เข้าใจกันโดยทั่วไปว่า “หมุนเงินไม่ทัน” จนถึงขั้นต้องไถ่ถอนก่อนกำหนด หรืออาจต้องกู้ยืมเงินมาใช้โดยไม่จำเป็น โดยเครื่องมือหนึ่งที่ผู้ออมและผู้ลงทุนสามารถใช้ในการดูแลการใช้จ่ายให้ไม่ต้องเผชิญภาวะความเสี่ยงสภาพคล่อง คือ การทำบัญชีรายรับรายจ่าย เพื่อจะได้มีข้อมูลค่าใช้จ่ายประจำเดือนสำหรับการวางแผนการเงินให้เป็นระบบ เพื่อจะได้จัดสรรเงินเพื่อการใช้จ่ายและเงินออมเพื่อการลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

​​​​​5) ค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้องในการเปลี่ยนสภาพ (ซื้อ/ขาย)  ผลิตภัณฑ์เพื่อการออมแต่ละประเภทจะมีข้อกำหนดและอัตราค่าธรรมเนียมที่แตกต่างกัน เช่น เงินฝากบางประเภทอาจมีข้อกำหนดว่าหากถอนเงินเกินจำนวนครั้งสูงสุดที่กำหนดก็จะต้องเสียค่าธรรมเนียมการเบิกถอนเพิ่ม รวมทั้งอาจมีค่าธรรมเนียมกรณีบัญชีไม่เคลื่อนไหว ดังนั้น ก่อนการตัดสินใจควรศึกษาข้อมูลรายละเอียดให้เข้าอย่างใจถ่องแท้ โดยสามารถสอบถามข้อมูลจากสถาบันการเงินนั้น ๆ หรือตรวจสอบข้อมูลค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมได้จาก website ของธนาคารแห่งประเทศไทย รวมถึงพิจารณาว่าผลิตภัณฑ์นั้น ๆ มีความเหมาะสมกับการดำเนินชีวิตและการใช้บริการทางการเงินของเราหรือไม่ ​​

6) ภาษีที่เกี่ยวข้อง ผลตอบแทนของทางเลือกการลงทุนอาจมีภาระภาษีเข้ามาเกี่ยวข้อง เช่น ดอกเบี้ยเงินฝากจะถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายที่อัตราร้อยละ 15 เงินปันผลมีการหักภาษี ณ ที่จ่ายที่อัตราร้อยละ 10 หรือการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์จะมีภาระภาษีที่เกี่ยวข้องตั้งแต่ขั้นตอนการซื้อ การถือครอง (ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง) และการขาย (เช่น ภาษีธุรกิจเฉพาะ ฯลฯ) ดังนั้น ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับภาษีที่เกี่ยวข้องของทางเลือกการลงทุนประกอบการตัดสินใจก่อนการลงทุนทุกครั้ง เพื่อจะได้เข้าใจถึงภาระภาษีที่เกิดขึ้นและสามารถคำนวณผลตอบแทนหลังภาษีได้ถูกต้อง

7) ค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษา ทางเลือกการลงทุนบางทางเลือกมีต้นทุนในการดูแลรักษาร่วมด้วย เช่น การลงทุนในบ้านและคอนโดมีเนียม นอกจากภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวข้างต้นแล้ว อาจมีค่าส่วนกลาง ค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษา ซ่อมแซมอุปกรณ์ต่าง ๆ เป็นต้น ดังนั้น ในการเลือกทางเลือกการลงทุนจึงควรต้องพิจารณาปัจจัยเหล่านี้ประกอบด้วย เพื่อมิให้เป็นภาระมากจนเกินไป และอาจไม่คุ้มค่ากับการลงทุนได้ 

8) ปัจจัยอื่น นอกจากปัจจัยดังกล่าวข้างต้นแล้ว ผู้ลงทุนอาจพิจารณาถึงปัจจัยอื่นที่เป็นลักษณะในเชิงประโยชน์และต้นทุนของทางเลือกการลงทุน เช่น การคุ้มครองเงินฝาก การคุ้มครองความสูญเสียทางมูลค่า สิทธิในการซื้อคืน (Callable right) สิทธิในการขายคืน สิทธิในการแปลงสภาพ เป็นต้น คุณลักษณะอื่นเหล่านี้จะส่งผลต่อมูลค่าและความเสี่ยงของการถือหลักทรัพย์ลงทุน ดังนั้นผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลให้เข้าใจอย่างถ่องแท้ เพื่อประเมินประโยชน์และต้นทุนของการลงทุนได้

         เนื่องจากทางเลือกการลงทุนแต่ละทางเลือกมีความเสี่ยงและผลตอบแทนแตกต่างกัน ดังนั้น การตัดสินใจเลือกผลิตภัณฑ์การลงทุนใด ต้องคำนึงถึงระดับการยอมรับความเสี่ยงของผู้ลงทุน จึงต้องประเมินระดับการยอมรับความเสี่ยงของผู้้ลงทุนประกอบด้วย เพื่อจะได้เลือกทางเลือกการลงทุนที่มีความเสี่ยงที่เหมาะสมได้ อย่างไรก็ดี การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรมีความรู้และศึกษาข้อมูลก่อนการลงทุนเพื่อการตัดสินใจอย่างรอบคอบระมัดระวังได้.

  ตารางที่ 1 เปรียบเทียบคุณลักษณะการออมและการลงทุน

 

การออม

การลงทุน

คำนิยาม

การสะสมเงินจากรายได้จำนวนหนึ่งเพื่อเก็บไว้เป็นเงินก้อนและให้เพิ่มขึ้นตามระยะเวลาของการสะสม เพื่อไว้ใช้จ่ายในยามฉุกเฉิน หรือเพื่อวัตถุประสงค์ต่าง ๆ ที่ต้องการ

การนำเงินออมที่เก็บสะสมไปสร้างผลตอบแทนที่สูงกว่าที่ได้รับจากการออมในรูปของเงินฝากของสถาบันการเงิน ด้วยทางเลือกอื่นที่มีความเสี่ยงเพิ่มมากขึ้น โดยอาจต้องเผชิญความเสี่ยงที่สูงขึ้นในการลงทุน ซึ่งหมายถึงโอกาสในการสูญเสียเงินต้นและผลตอบแทนจากการลงทุนจะเพิ่มตามไปด้วย

เป้าหมาย

เป็นการสะสมเงินให้เพิ่มขึ้นในระยะสั้น เพื่อการฉุกเฉิน หรือเพื่อเป้าหมายทางการเงินระยะสั้น

เป็นการนำเงินออมไปลงทุนให้เกิดผลตอบแทนและทำให้เงินออมเติบโตงอกเงยต่อเนื่องในระยะยาว

ทางเลือกของผลิตภัณฑ์

เงินฝากในสถาบันการเงินต่าง ๆ

ตราสารทางการเงินต่าง ๆ เช่น พันธบัตร หุ้นกู้ หุ้น กองทุนรวมกองทุนส่วนบุคคล กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ หรืออสังหาริมทรัพย์ อัญมณี วัตถุมงคลมีมูลค่า

ความเสี่ยง

ความเสี่ยงต่ำ โอกาสในการสูญเสียเงินต้นและดอกเบี้ยต่ำ

มีความเสี่ยงแตกต่างกันตามประเภทและลักษณะของหลักทรัพย์ ผู้ลงทุนควรต้องเลือกลงทุนในทางเลือกการลงทุนที่เหมาะสมสอดคล้องกับระดับการยอมรับความเสี่ยงของตน

ผลตอบแทน

ดอกเบี้ย

ดอกเบี้ย เงินปันผล กำไรหรือขาดทุนจากการเปลี่ยนแปลงราคา

 

สภาพคล่องสูง

ผลตอบแทนสูง และอาจใช้เป็นเครื่องมือการลงทุนในภาวะเงินเฟ้อได้

ข้อเสียเปรียบ

ผลตอบแทนต่ำ และอาจไม่สามารถเอาชนะเงินเฟ้อได้

ความเสี่ยงสูง และมีโอกาสที่จะไม่ได้รับชำระคืน รวมถึงมูลค่าอาจเปลี่ยนแปลงไปจากเงินลงทุน เกิดผลขาดทุนได้



ณดา จันทร์สม
admin FB Fanpage: บริหารการเงินเพื่อความพอเพียง 
21 มกราคม  2565





 

Comments